ยิ่งรู้ (ศัพท์) มาก…ยิ่งรวย

“ยิ่งรู้ (คำศัพท์) มาก…ยิ่งรวย”

ครั้งสุดท้ายที่คุณได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ อย่างจริงจัง คือเมื่อไหร่ครับ

ที่ชวนคุยเรื่องนี้ก็เพราะ มีผลงานวิจัยในต่างประเทศชิ้นหนึ่ง บอกว่า
ยิ่งเรารู้คำศัพท์ต่างๆ มากแค่ไหน มันยิ่งจะมีผลต่อความมั่งคั่งของเราที่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

จากผลการศึกษา คนที่มีความมั่งคั่งมาก จะรู้และสามารถใช้คำศัพท์ในการสื่อสาร
แลกเปลี่ยนกับคนรอบข้างได้มากกว่าคนที่ยังมีฐานะธรรมดาทั่วไป

หรือกล่าวได้ว่า ยิ่งมี “คลังคำศัพท์” เยอะ ก็ “ยิ่งรวย” ก็ได้

การเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ทุกคำ นอกจากจะนำไปสู่การได้เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ แล้ว
สมองของเราจะเชื่อมโยงความรู้ใหม่นั้น กับคลังความรู้เดิมที่เรามีอยู่
เป็นทั้งการ สร้างสิ่งใหม่เพิ่มเติม และเสริมของเดิมที่มีอยู่ ในเวลาเดียวกัน

ปรากฏการณ์แบบนี้
จะทำให้เราฉลาดขึ้น
รู้มากขึ้น
ตัดสินใจได้ดีขึ้น
จะบอกว่า มีสมองเศรษฐีก็คงไม่ผิดนัก

ถึงแม้การศึกษานี้จะทำในต่างประเทศ แต่ส่วนตัวผมคิดว่าใช้ได้กับบริบทของเมืองไทยได้ไม่ต่างกัน
เพราะทุกครั้งที่ผมมีโอกาสได้สัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่างๆ
นอกจากความรู้ และมุมมองใหม่ๆ ที่ได้รับแล้ว
มักจะได้การบ้านเป็นคำศัพท์ใหม่ๆ ที่ต้องกลับมาค้นคว้าเพิ่มเติมแทบทุกครั้ง
และตัวอย่างนี้จะยิ่งชัดเจนมาก ถ้าหากได้สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ

จดบันทึกคำศัพท์ใหม่ๆ ที่ได้เรียนรู้ เปิด Dictionary เมื่อมีโอกาส
เปิดโลกใบเดิมให้กว้างออก
และได้มุมมองใหม่ๆ
ที่จะทำให้เราเห็นโอกาสรอบตัว
และตัดสินใจเรื่องต่างๆ ได้แม่นยำยิ่งขึ้น

ถามอีกที…ครั้งสุดท้ายที่คุณได้เรียนรู้คัพท์ใหม่ๆ อย่างจริงจังคือเมื่อไหร่ครับ

Advertisements

พาลูกเที่ยว พร้อมเรียนภาษา

“เสะ คอร์น เด้อ”

ผมมักจะขับรถพาครอบครัวเดินทางต่างจังหวัด ทุกครั้งที่โอกาสอำนวย

นอกจากความรู้สึกผ่อนคลายที่ได้เดินทางกันอย่างอิสระแล้ว ยังเป็นโอกาสให้เราได้พูดคุยกัน และใช้ช่วงเวลานั้นสำหรับการเรียนรู้ของลูกชายวัยกำลังอยากรู้อยากเห็น

สิ่งหนึ่งที่ลูกชอบเป็นพิเศษคือเรียนรู้ภาษาอังกฤษและศัพท์เทคนิคในภาคต่างๆ

รอบนี้เราเดินทางไปขอนแก่น ลูกได้เรียนรู้ภาษาอีสานมาหลายคำ

ไม่ว่าจะเป็น เสะ ที่เป็นคำศัพท์เฉพาะไว้ใช้สำหรับไล่สุนัข บักเขียบ คือน้อยหน่า หรือตำบักหุ่ง ก็ส้มตำ

ขณะขับรถกลับ เราจอดแวะซื้อของฝากข้างทาง แถวจังหวัดสระบุรี

“น้อยหน่า นี่ Custard Apple ใช่ไหมครับแม่” ลูกชายวัย 4 ขวบในตอนนั้น ถามภรรยาของผม “ใช่ครับลูก หรือบักเขียบในภาษาอีสานครับ”

“องุ่น ก็ Grape ใช่ไหมฮะ” “เก่งมากลูก” ภรรยาตอบคำถามลูกทุกคำถามที่ลูกสนใจ

พอได้จังหวะ ภรรยาผมจึงถามลูกบ้าง “แล้ว…ข้าวโพด เรียกอะไรครับ”

ลูกนิ่งไปพักหนึ่ง แล้วบอกว่า

“เสะ คอร์น เด้อ” ด้วยสำเนียงที่เป๊ะ ตามการออกเสียงภาษาอีสาน

คราวนี้เป็นฝ่ายผมและภรรยาที่อึ้งไปบ้าง

แล้วค่อยๆ นึกตามว่า เป็นเทคนิคการผสมภาษาอังกฤษสไตล์อีสานที่เหมาะเจาะ…ทีเดียว

ลูกบอกว่า ก็ต้องเรียกอย่างนี้ เพราะนี่คือข้าวโพดที่ขายใกล้ๆ อีสาน

ทริปต่างจังหวัดทางรถ นำสิ่งตื่นตาตื่นใจให้แก่เด็กๆเสมอ

เส้นทางเดิมที่ขับรถผ่านหากใส่ใจในรายละเอียดในแต่ละจุด มันมักจะให้การเรียนรู้ไม่รู้จบเลยทีเดียว หาเวลาไปเที่ยวกันบ้างนะครับ…Bye เด้อออออ

เก่งแต่ไม่ดี

เก่งแต่ไม่ดี จะดีไหม

ต้องสอนให้ลูกรู้จักต่อสู้ในทางที่ถูก
ไม่ใช่ต่อสู้แบบใช้กำลังกาย
แต่ต้องต่อสู้เพื่อเกียรติศักดิ์ศรี
ไม่โอนอ่อนไปตามคนไม่ดี
และไม่ปล่อยให้คนไม่ดีมาควบคุม

เรียบเรียงจากหนังสือ สร้างลูกให้เป็นอัจฉริยะ 3 โดย ผศ.ดร.อุษณีย์ อนุรุทธ์วงศ์

คำชมกับลูก


ลูกต้องการคำชมและการให้กำลังใจบ่อยๆ
(English version is also available below)

เด็กไม่ได้ต้องการคำชมที่ยิ่งใหญ่ หรือคำชมที่ดูเกินจริง เพราะแท้จริงแล้วคำชมในลักษณะนี้กลับส่งผลเสียต่อเด็ก

แต่คำพูดเล็กๆน้อยๆที่อบอุ่นและจริงใจ หรือการแสดงความชื่นชมต่อความพยายามที่ลูกทำนั้น เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเขา

นอกจากลูกจะรู้สึกดีแล้ว ยังรู้ซึ้งถึงคุณค่าในตัวเอง และเป็นแรงจูงใจให้เกิดความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ต่อไป

เรียบเรียงจาก Montessori and Your Child โดยเทอรรี่ มอลลอย แปลโดย เกศสุดา ชาตยานนท์ บุญงามอนงค์

 

Children are in need for appreciation and moral support

Children do not need big praise or exaggerated appreciation. They would actually harm them.

Sincere, warm phrases to appreciate them or recognition to their effort, would however are important for children.

They would feel great, see values in themselves and reinforce their motivation to learn.

Extracted from Montessori and Your Child, by Terry Molloy

ฝึกวินัยเด็กวัย 1 ขวบ

ฝึกวินัยเด็กวัย 1 ขวบ (English version is also available below)

เคยงงไหมคะว่า ห้ามลูกทำอะไรแล้วทำไมลูกก็ยังทำ แล้วนั่นลูกจะจับแก้วทำไม เดี๋ยวก็แตกบาดมือหรอก อ้าว วิ่งไปโน่นละ หัวจะชนขอบโต๊ะแล้ว

เด็กวัยนี้อยากรู้อยากเห็น เต็มไปด้วยพลัง และ พร้อมที่จะเคลื่อนไหวไปรอบๆ การสำรวจสิ่งแวดล้อมรอบตัวเป็นความท้าทายสำหรับเจ้าตัวน้อย

เขาเริ่มเข้าใจภาษาและการใช้คำ แต่อาจไม่เข้าใจคำว่า “ไม่” เท่าไรนัก หรือ ยังไม่สามารถเข้าใจได้ว่า คำว่าไม่ ที่แม่พูดเมื่อวาน ก็ยังคงแปลว่า ไม่ ในวันนี้

รวมถึงเขายังไม่เข้าใจสิ่งต่างๆ ในโลกมากเท่าใด เช่น เขายังไม่รู้ว่า หากแจกันแก้วหล่น มันจะแตกได้

เวลาที่เด็กวัยนี้ต้องการอะไร ก็อยากจะได้เลยในทันที รอแทบไม่ได้เลยทีเดียว

การฝึกวินัยเริ่มได้เลยในวัยนี้ พ่อแม่ค่อยๆ ใจเย็นๆ ทำได้ดังนี้

พ่อแม่ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้เห็น สอนลูกอย่างหนักแน่นและแสดงท่าทีเชิงบวก น้ำเสียงและสีหน้าของพ่อแม่จะเป็นสื่อการสอนที่ดีที่สุด

อย่าย้ำหรือแสดงจนเกินจริงมากเกินไป สอนจากสิ่งง่ายๆที่สมควรแก่วัยของเด็ก

เน้นการป้องกันอุบัติเหตุภายในบ้าน ปกป้องมุมแหลมคมอันตรายต่างๆ เก็บของที่แตกหักได้ให้พ้นมือเด็ก หากลูกคว้าอะไรที่อันตรายก็ให้หยิบออกจากมือเด็ก

รับมือกับเด็กโดยการปลอบและหันเหความสนใจ เช่น หากเด็กวัยนี้ไม่อยากที่จะนั่งเก้าอี้นิรภัยเด็กในรถ ให้พ่อแม่ปลอบเด็กและบอกเขาว่าพ่อแม่รู้ว่าลูกไม่ชอบถูกผูกติดกับเก้าอี้นิรภัยแต่มันเป็นสิ่งจำเป็นที่ลูกต้องทำ พาลูกนั่งในเก้าอี้นิรภัยและหันเหความสนใจของลูกไปในเรื่องอื่น

แปลและเรียบเรียงจากบทความของ เลสลี่ แลมเพิร์ด จากนิตยสารพาเร้นทส์

 

Smart Discipline for 1-Year-Old

She’s curious, energetic, and mobile. Her challenge is to explore her environment.

Typical Behavior:

•She’s beginning to understand language and put words into context. She may not clearly grasp what “no” means or that yesterday’s “no” also applies to today’s experience.

•A 1-year-old hasn’t learned how the world works — for instance, that a glass vase can smash if it’s knocked over.

•She wants what she wants now. Waiting is extremely difficult. She has no impulse control.

Best Discipline Strategies:

•Keep your expectations reasonable. Demonstrate proper behavior, but don’t insist on it. Your tone of voice and facial expressions convey lessons best. Be firm yet positive, and don’t overreact.

•Focus on prevention. Childproof your home, and put away breakables. If she grabs an off-limits item, take it away.

•Handle meltdowns by comforting and distracting. If your 18-month-old struggles to stay out of the car seat, console her and say that you know she dislikes being strapped in but that she must do it. Put her in, then divert her attention.

Translated & rearranged from Leslie Lampert’s article in the Parents Magazine

ลูกวัยเตาะแตะร้องไห้…เพราะอะไร

ลูกวัยเตาะแตะร้องไห้…เพราะอะไรนะ

เด็กในวัยนี้อาจร้องไห้เมื่อถึงมื้ออาหาร ตอนนอนตอนกลางวัน หรือเมื่อเหน็ดเหนื่อยมาก

อีกหนึ่งเหตุผลคือเมื่อลูกต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง เช่น การพบผู้คน ไปสถานที่ใหม่ๆ เสียงที่ทำให้เขาตกใจ หรือแม้กระทั่งขณะเมื่ออยู่กับแม่แล้วเพียงแค่พ่อเดินเข้ามาก็เป็นได้

การร้องสะอึกสะอื้นของลูกอาจทำให้พ่อแม่รู้สึกหัวใจสลายในบางครั้ง

แต่หากสังเกตแล้วไม่พบอาการผิดปกติทางกายหรือความเจ็บไข้ได้ป่วย การร้องนั้นอาจเป็นสัญญาณของความเอาจริงเอาจังและชีวิตใหม่ที่เข้มข้นขึ้นของลูกก็เป็นได้

ลูกกำลังเรียนรู้ที่จะยืนได้อย่างมั่นคงด้วยตนเอง และพยายามที่จะกล้าปล่อยมือจากความอุ่นใจจากข้างตัวแม่หรือแขนของพ่อเพื่อสำรวจและเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเอง

ดังนั้นเมื่อลูกหกล้ม ลูกอาจจะร้องเพราะความผิดหวังมากกว่าเพราะความเจ็บปวด

เรียบเรียงจาก หนังสือ การปลอบประโลมลูกน้อยตามวิธีบราเซลตัน

เคล็ดลับจับปูใส่กระด้ง (สำหรับเด็กวัย 4-8 ปี)

เคล็ดลับจับปูใส่กระด้ง (สำหรับเด็กวัย 4-8 ปี)
[English version is also available below]

คุณพ่อคุณแม่หลายคนปาดเหงื่อเลยทีเดียว เมื่ออยากจะจับลูกน้อยวัยอยากรู้อยากเห็นมานั่งนิ่งสักพักบ้าง

นอกจากอยากจะชวนลูกให้พักสักครู่ ชาร์จแบตก่อนเพื่อให้พร้อมลุยสำรวจโลกต่อไป

คุณพ่อคุณแม่บางคนก็เหนื่อยกับการจับปูใส่กระด้งเหมือนกันนะคะ

ลองพกแว่นขยายเล็กๆ ติดตัว ให้ลูกได้ดูของเล็กๆ ที่ขยายผ่านแว่นขยาย

หรือของต่างๆ ที่หาได้รอบตัวลูก

แว่นขยายจะทำให้ลูกทึ่ง ปนแปลกใจ นิ่งไปได้ชั่วขณะ

แถมยังช่วยฝึกการสังเกต และการไวต่อสัมผัสชนิดต่างๆ

เป็นพื้นฐานของนักสำรวจ นักเดินทาง นักเขียน นักวิทยาศาสตร์ และอีกหลายอาชีพ

รวมถึงกระตุ้นความอยากรู้ของลูกมากขึ้น

ลูกจะยิ่งตื่นเต้นในสิ่งที่เขาได้เห็นและเรียนรู้ด้วยตัวเอง ผึกทักษะการคิดเชื่อมโยงต่อไป

 

Tips to help your 4-8 years old children stay in their chairs

Grab a small magnifying glass and keep it in your bag.

You would find it helpful to attract your children when sitting in their chairs is needed.

The magnifying glass will amaze them while they use it to explore tiny items you could find nearby.

This would also help their observation skill, sensory skills, curiosity, which are vital foundation for explorers, travelers, writers, scientists, etc.

They will be excited in what they see, learn by themselves and be able to relate things well in the near future.

เตรียมตัวน้องๆสำหรับการเริ่มเรียนภาษาอังกฤษ

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมีคำถามว่าจะเตรียมตัวน้องๆสำหรับการเริ่มเรียนภาษาอังกฤษอย่างไร

Scholastic Sathorn @ Sathorn Learning Center สรุปมาให้แล้วครับ

หากมีคำถามเพิ่มเติม ติดต่อได้เสมอครับ

http://www.sathorncenter.com

Facebook: SathornCenter

Tel & LINE: 094-6629498

Email: SathornLC@gmail.com

prepare kids for class